7 มารยาทที่ควรมีในที่ทำงาน

ใน ชีวิตของการทำงาน ทุกคนที่ทำงานร่วม ไม่ว่า เพื่อนร่วมงาน ลูกค้า หรือแม้แต่หัวหน้า ถึงชีวิตการทำงานจะต้องประสบ พบเจอกับ ความเครียด อย่างหลีกหนีไม่ได้ คุณก็ต้องมีสติ รู้จักควบคุมอารมณ์ของคุณให้ดีที่สุด วันนี้เราจึงนำเสนอ ” 7 มารยาทที่ควรมีในที่ทำงาน ” ตามไปดุกันเลยดีกว่าคะ ว่ามีอะไรบ้าง.

1.) ตรงเวลา การไปทำงานให้ตรงเวลาเป็นเรื่องของมืออาชีพ และที่สำคัญมาก คือ งานสมัยใหม่ มีอะไรที่สำคัญกว่า “เวลา” ด้วยเช่น ไปถึงแล้วต้องทำงานให้มี “ผลงาน” ออกมาเป็นชิ้นเป็นอัน

2.) ไม่นำโรคติดต่อไปที่ทำงาน ถ้าคุณป่วยด้วยโรคติดต่อ เช่น ไข้หวัดใหญ่ ฯลฯ ก็ควรจะลาป่วยหน่วยงานหรือโรงงานเพื่อ
ลดการแพร่โรคติดต่อได้ ด้วยการส่งเสริมการล้างมือด้วยสบู่ก่อนเข้าที่ทำงาน และเตรียมที่ล้างมือ-สบู่ไว้หลายๆ แห่งให้มากพอ เช่น หน้าโรงงานหรือหน่วยงาน หน้าโรงอาหาร หน้าจุดดื่มน้ำ หน้าห้องน้ำ ฯลฯ ห้องน้ำที่ออกแบบผนังแบบซิกแซก จะช่วยลดการสัมผัสลูกบิดประตู ทำให้โอกาสแพร่เชื้อจาก “มือ-สู่-มือ” ลดลง

3.) ไม่ทำอะไรที่ “ส่วนตัว” เกินไป สำนักบริการสุขภาพอังกฤษ (NHS) ให้พยาบาลท่านหนึ่งออกจากงาน เนื่องจากห้อยไม้กางเขนไว้นอกเครื่องแบบตลอดเวลา เตือนให้ถอดออกแล้วก็ไม่ฟัง ทาง NHS ให้เหตุผลว่า การทำอะไรเป็น “ส่วนตัว” เกินไป อาจทำให้ผู้มารับบริการ ซึ่งมีศาสนา วัฒนธรรมต่างกันไม่สบายใจ หรืออึดอัดได้ วิธีที่มืออาชีพทำกัน คือ ทำให้งานเป็นเรื่องส่วนรวม ไม่ทำอะไรที่เป็น “ส่วนตัว” เกินไป

4.) อย่าตั้งเสียงโทรศัพท์ดัง การทิ้งมือถือไว้ในกระเป๋า หรือล็อคเกอร์ (ตู้เก็บของส่วนตัว) แล้วตัวไปอยู่ที่อื่น
หรือตั้งเสียงเตือนมือถือดังมักจะรบกวนคนรอบข้าง วิธีที่น่าจะดีคือเลือกเสียงเตือนให้สุภาพ เบาลงหน่อย หรือใช้แบบสั่นแทนเสียง โดยเฉพาะเมื่อเข้าประชุม หรือติดต่อเรื่องสำคัญ

5.) แต่งกายให้สุภาพ การศึกษาหนึ่งทำในออสเตรเลียพบว่า คนไข้ส่วนใหญ่ชื่นชอบ และไว้วางใจหมอที่แต่งกายดีมากกว่าหมอที่่แต่งกายไม่ดี การแต่งกายให้ดูน่าเชื่อถือเป็น 1 ในคุณสมบัติของมืออาชีพ ซึ่งหลายๆ อาชีพทำได้ดีมาก เช่น คุณครู พยาบาล ฯลฯ ทำให้ดูเป็นอาชีพชั้นนำ

6.) ไม่ใช้น้ำหอมกลิ่นแรง และไม่ทำตัวเหม็นด้วย การหลีกเลี่ยงน้ำหอมกลิ่นแรง โดยเฉพาะที่ทำงานติดแอร์ จะช่วยลดการรบกวนเพื่อนร่วมงาน และตรงกันข้าม… อย่าทำตัวเหม็น เช่น ไปไหน_กลิ่นบุหรี่หรือกลิ่นรักแร้ไปถึงนั่น มีหมอท่านหนึ่งกินกระเทียมเข้าไป ห้องตรวจก็ร้อนจนเหงื่อแตก แล้วรู้สึกว่า คนไข้รายที่ 1 กลิ่นตัวแรง, รายที่ 2-3-4 ก็กลิ่นตัวแรง, กว่าจะรู้ตัวว่า กลิ่นที่แรงจริงๆ มาจากตัวหมอก็ตรวจคนไข้ไป 5 รายแล้ว (ไม่ได้ว่าใคร ผู้เขียนนี่เอง)

7.) ไม่กินอาหารที่มีกลิ่นแรง อาหารกลิ่นแรง เช่น ทุเรียน ฯลฯ เป็นของต้องห้ามสำหรับการทำงาน “ข้ามวัฒนธรรม” หรือ
สถานที่ที่มีคนต่างชาติ ต่างภาษาทำงานอยู่ด้วย ถ้าอยากจะทานจริงๆ… คงต้องออกไปนอกอาคาร
กินกันในที่โล่งแจ้งอะไรทำนองนี้แทนคะ

Facebook Comments