คุณลักษณะของการเป็น นายคน

ใครใครก็อยากเป็น นายคน …เพราะการเป็นนายคนนั้น สามารถ กำหนดเป้าหมาย ทิศทางคนอื่นได้ แต่คนเราส่วนมากก็คิดว่ามันคงเป็นเรื่องยากใช่มั๊ยคะ วันนี้เราจึงขอนำเสนอ ” คุณลักษณะของการเป็น นายคน ” ซึ่งบางข้อนั้นอาจจะเห็นได้ชัดอยู่แล้วว่าควรมี และคุณจะนำไปใช้อย่างถูกต้องตามกาลเทศะ ตามไปอ่านกันเลยคะ

1. สุขุมเยือกเย็น หัวหน้าที่ดีต้องเป็นคนสุขุมและใจเย็น เพราะพวกเขาคอยสังเกตและทำความเข้าใจอารมณ์ของตัวเองอยู่เสมอ เพื่อจะได้ควบคุมตนเองได้เมื่อต้องจัดการปัญหาที่ท้าทาย เมื่อไหร่ที่สถานการณ์เริ่มไม่ค่อยดี หัวหน้าจะต้องพยายามเก็บซ่อนอารมณ์ภายใต้ความสงบเยือกเย็นไว้ เพราะพวกเขารู้ดีว่า ไม่ว่าจะร้ายจะดีอย่างไร ทุกๆ อย่างจะหมุนเวียนไปตามเวลา สิ่งที่ทำได้ก็มีเพียงการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสถานการณ์ เพื่อคุมตัวเองให้อยู่ และไม่เครียดจนเกินไป

2. สง่างาม บุคลิกที่สง่างาม คือการผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างความแข็งแกร่งและอ่อนโยน ไม่โอนเอนไปตามคำขู่ โทสะ หรือคำบงการ นั่นก็เพราะธรรมชาติที่อ่อนโยนและมั่นใจในตนเองนี่แหละ ที่จะสามารถทำให้งานสำเร็จลุล่วงได้ บ่อยครั้งที่ คำว่าอ่อนโยนถูกใช้ในความหมายเชิงลบ (โดยเฉพาะในที่ทำงาน) แต่ในความเป็นจริงแล้ว ความสง่างามอย่างอ่อนโยนนี้ได้มอบพลังให้เหล่าสุดยอดหัวหน้าที่ประสบความสำเร็จมานักต่อนักแล้ว คนเหล่านี้ไม่ได้ทำตัวสูงที่ใครๆ จะเกินเอื้อม อีกทั้งยังเป็นที่ชื่นชอบ และเข้ากับผู้อื่นได้ง่ายด้วย คุณสมบัติทั้งหมดนี้เองที่ทำให้ผู้คนยอมรับในความคิดของพวกเขาเป็นอย่างดี

3. เฉลียวฉลาด หัวหน้าที่ดีต้องรู้มากกว่าคนอื่นๆ เพราะต้องพัฒนาการตระหนักรู้ในตนเองอยู่เสมอ พวกเขาถือสัตย์ปฏิญาณตนว่าจะต้องเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เมื่อไหร่ก็ตามที่มีเวลาว่าง พวกเขาจะเพิ่มพูนความรู้ให้กับตนเองโดยตลอด ซึ่งไม่ใช่ทำเพราะว่ามันคือสิ่งที่ถูกต้องหรอกนะ แต่ทำเพราะความหลงใหลต่างหากล่ะ พวกเขามักจะมองหาโอกาสในการพัฒนาเรียนรู้สิ่งใหม่และสิ่งรอบตัวอยู่เสมอ

4. ซื่อสัตย์ หัวหน้าที่ดีมักเชื่อในความซื่อสัตย์และความมีคุณธรรม แม้จะเจ็บปวดบ้างในบางครั้ง แต่ผลที่ได้ในระยะยาวนั้นถือว่าคุ้มค่าที่สุด พวกเขารู้ว่าความซื่อสัตย์นำมาซึ่งความสัมพันธ์ที่จริงใจ ต่างกับคำโกหกที่สุดท้ายจะไม่ได้ทั้งความสัมพันธ์แถมยังย้อนกลับมาทำร้ายคุณในที่สุด

5. รอบคอบ หัวหน้าที่ดีนั้นจะตัดสินใจก็ต่อเมื่อใช้เวลาครุ่นคิดจนถี่ถ้วนและหาคำแนะนำจากคนอื่นแล้ว และผลการวิจัยก็แสดงออกมาว่า การพึ่งพาสัญชาตญาณของตนมากเกินไปมักไม่ทำให้เกิดผล และอาจนำไปสู่เส้นทางที่ผิดได้ ดังนั้น สิ่งที่สร้างความแตกต่างได้จึงเป็นการคิดให้ช้าลง โดยไม่ลืมใช้เหตุผล ไต่ตรองจนถี่ถ้วน และมองหาคำแนะนำจากผู้รู้

6. พูดด้วยความมั่นใจ ไม่บ่อยนักที่จะเห็นหัวหน้าที่ดีพูดว่า “อื่ม…เอ่อ” “ผมไม่ค่อยแน่ใจนะ” และ “ผมก็คิดว่างั้นนะ” หัวหน้าที่ประสบความสำเร็จจะพูดอย่างแน่วแน่ เพราะพวกเขารู้ว่าเป็นเรื่องยากที่จะทำให้คนสนใจฟังได้ หากไม่มีความเชื่อมั่นในสิ่งที่ต้องการสื่อออกไป

7. รู้จักใช้ภาษากายเป็นอย่างดี การรู้จักใช้กิริยาท่าทาง การแสดงออก และน้ำเสียงของตนเองอย่างเหมาะสม จะดึงดูดคนให้เข้ามาหา ราวกับมดตอมน้ำตาล อย่างเช่น การใช้น้ำเสียงกระตือรือร้น ไม่ยืนกอดอก สบสายตาผู้ฟัง และหันหน้า เข้าหาผู้ฟังโดยตลอด ภาษากายที่ดีนั้นสามารถเปลี่ยนบทสนทนาให้ดีขึ้นได้ เพราะวิธีการที่คุณพูดบางครั้งมันก็สำคัญกว่าเนื้อหาที่พูดได้เหมือนกันนะ

8. มั่นใจ ผู้นำที่ประสบความสำเร็จชอบความท้าทายและการแข่งขัน ถึงแม้จะเป็นเพียงแค่ชัยชนะอันน้อยนิด แต่ชัยชนะอันน้อยนิดเหล่านี้นี่แหละที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจและความกระตือรือร้นในการพุ่งเข้าหาความท้าทายใหม่ๆ ได้อีกมาก ดังนั้น ถ้าหากคุณทำเรื่องเล็กๆ สำเร็จติดต่อกันหลายครั้ง คุณก็จะมีความมั่นใจในตัวเองเพิ่มขึ้นอยู่นานหลายเดือนเลยทีเดียว

9. ไร้ซึ่งความกลัว ความกล้วไม่ใช่สิ่งอื่นใด นอกจากความรู้สึกที่ยังค้างเติ่งจากจินตนาการของตัวคุณเอง อันตรายอย่างความรู้สึกกลัวเวลาที่อะดรีนาลีนพุ่งพล่านตอนเกือบโดนรถชนต่างหากที่เป็นของจริง ส่วนความกลัวนั้นเป็นแค่ตัวเลือกที่เราจินตนาการขึ้นมาสุดยอดผู้นำล้วนเข้าใจเรื่องนี้ดีกว่าใคร พวกเขาจึงเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส โดยแทนที่จะปล่อยให้ความกลัวเข้าครอบงำ จนไม่เป็นอันทำอะไร พวกเขากลับเสพติดความรู้สึกตื่นเต้นที่ได้จากลงมือทำและการเอาชนะความกลัวมากกว่านั่นเอง

10. กตัญญูรู้คุณ บรรดาสุดยอดผู้นำ ที่ประสบความสำเร็จรู้ดีว่าทุกสิ่งต้องแลกมาด้วยความทะเยอทะยาน ความหลงใหล และการทำงานอันหนักหน่วงขนาดไหน เพื่อที่จะได้มายืนอยู่ในจุดที่ยืนอยู่ในปัจจุบัน
นอกจากนี้พวกเขายังรู้ดีว่าคนที่คอยให้คำปรึกษา เพื่อนร่วมงาน ครอบครัว และมิตรภาพรอบตัวนั้น มีบทบาทสำคัญมากต่อความสำเร็จที่พวกเขาได้รับ ดังนั้น แทนที่จะเอาแต่ดื่มด่ำไปกับความสำเร็จของตนเอง พวกเขาจะไม่เคยคิดลืมนึกถึงสิ่งดีๆ ที่เคยได้รับจากคนรอบข้างเลย

Facebook Comments